บริการทำวีซ่า USA & CANADA

วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา
B1/B2 VISA
-
วีซ่าประเภทชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เดินทางเพื่อธุรกิจระยะสั้น หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่เป็นการทำงาน เช่น การประชุมหรือสัมมนา
-
วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้ผู้เดินทางพำนักได้ครั้งละประมาณ 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง)
-
ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานความผูกพันกับประเทศต้นทาง ความสามารถด้านการเงิน และเจตนาชัดเจนว่าจะเดินทางกลับหลังจบทริป
-
วีซ่า B1/B2 มักออกเป็นระยะยาว 10 ปี ทำให้สะดวกต่อการเดินทางซ้ำในอนาคต แต่ทุกครั้งที่เข้าประเทศยังต้องผ่านการพิจารณาจากด่านตรวจคนเข้าเมืองเช่นเดิม
วีซ่านักเรียนอเมริกา
F-1 /M-1 VISA
-
วีซ่านักเรียน F-1 / M-1 เป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา
-
โดยวีซ่า F-1 ใช้สำหรับหลักสูตรวิชาการและภาษาอังกฤษ เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถาบันสอนภาษา
-
ส่วนวีซ่า M-1 ใช้สำหรับหลักสูตรสายอาชีพหรือสายวิชาช ีพเฉพาะด้าน (Vocational/Technical Programs)
-
ผู้สมัครต้องได้รับเอกสาร Form I-20 จากสถาบันที่ผ่านการรับรอง SEVP ก่อนยื่นขอวีซ่า และต้องแสดงหลักฐานด้านการเงิน เจตนาการเรียนจริง และความผูกพันที่จะกลับประเทศต้นทางหลังเรียนจบ
-
ผู้ถือวีซ่า F-1 ยังอาจมีสิทธิ์ทำงานบางประเภท เช่น On-campus, CPT และ OPT ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ในขณะที่วีซ่า M-1 มีข้อจำกัดมากกว่าในด้านการทำงาน


วีซ่าฝึกงานอเมริกา
J-1 VISA
-
วีซ่า J-1 ประเภทฝึกงาน (Intern/Trainee) เป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและวิชาชีพในประเทศอเมริกา เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานในสภาพแวดล้อมระดับสากล
-
ผู้สมัครต้องได้รับการสนับสนุนจาก Sponsor Organization ที่ได้รับการรับรอง และได้รับ Form DS-2019 ก่อนยื่นขอวีซ่า
-
โปรแกรมฝึกงานจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริงขององค์กรอเมริกัน พัฒนาทักษะสายงาน และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับผู้คนหลากหลายชาติ
-
ทั้งนี้ วีซ่า J-1 เป็นวีซ่าแบบชั่วคราว ผู้เข้าร่วมต้องเดินทางกลับประเทศหลังจบโครงการ
วีซ่าคู่หมั้นอเมริกา
K-1 VISA
-
วีซ่า K-1 หรือที่เรียกว่า Fiancé(e) Visa เป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับคู่หมั้นของพลเมืองอเมริกา ที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพื่อเตรียมเข้าพิธีสมรส
-
ผู้ถือวีซ่า K-1 ต้องแต่งงานกับคู่หมั้นที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ ภายใน 90 วันหลังเดินทางเข้าประเทศ หากแต่งงานแล้วจึงสามารถยื่นขอปรับสถานะเป็นผู้พำนักถาวร (Green Card) ต่อไปได้
-
วีซ่าประเภทนี้ต้องแสดงหลักฐานความสัมพันธ์จริง ความตั้งใจในการสมรส และความสามารถในการสนับสนุนด้านการเงินจากผู้เป็นคู่หมั้นในสหรัฐฯ
-
วีซ่า K-1 จึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการสร้างครอบครัวและการเริ่มต้นชีวิตคู่ในสหรัฐอเมริกา


เปลี่ยนสถานะวีซ่าอเมริกา
Change of Status
-
การเปลี่ยนสถานะวีซ่าในอเมริกา (Change of Status – COS) เป็นกระบวนการยื่นคำร้องต่อ USCIS เพื่อเปลี่ยนจากสถานะที่พำนักปัจจุบันไปเป็นสถานะใหม่ โดยไม่ต้องออกนอกประเทศ
-
ผู้สมัครต้องคงสถานะเดิมอย่างถูกต้องและยื่นคำร้องก่อนสถานะหมดอายุ พร้อมแสดงเหตุผล ความจำเป็น และเอกสารสนับสนุนตามประเภทสถานะที่ต้องการเปลี่ยน
-
กระบวนการพิจารณาอาจใช้เวลานาน
-
หากเปลี่ยนสถานะผ่าน และต้องออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา หากต้องการกลับเข้ามาอีกครั้ง จะต้องดำเนินการขอวีซ่าใหม่ที่สถานทูต
วีซ่านักเรียนแคนาดา
STUDY PERMIT
-
วีซ่านักเรียนแคนาดา หรือ Study Permit เป็นเอกสารที่อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเดินทางเข้าและพำนักใน Canada เพื่อศึกษาในสถาบันที่ได้รับการรับรอง (DLI – Designated Learning Institution)
-
ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานการตอบรับเข้าศึกษา ความสามารถทางการเงิน แผนการเรียนที่ชัดเจน รวมถึงเจตนาว่าจะเดินทางกลับประเทศต้นทางหลังจบการศึกษา
-
ผู้ถือ Study Permit ยังอาจมีสิทธิ์ทำงานระหว่างเรียนตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งในและนอกสถานศึกษา ทำให้สามารถเก็บประสบการณ์การทำงานจริงควบคู่กับการเรียนได้
-
วีซ่านี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาตนเองในระบบการศึกษาที่มีคุณภาพระดับโลกและเปิดโอกาสสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต


วีซ่าท่องเที่ยวแคนาดา
VISITOR VISA
-
วีซ่าท่องเที่ยวแคนาดา Visitor Visa หรือ Temporary Resident Visa (TRV) เป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ Canada เพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เยี่ยมเพื่อน หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
-
ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานความผูกพันกับประเทศต้นทาง ความสามารถทางการเงิน แผนการเดินทางที่ชัดเจน และเจตนาว่าจะเดินทางกลับหลังจากพำนักในแคนาดา
-
ระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนักมักอยู่ที่ 6 เดือนต่อครั้ง โดยด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นผู้กำหนดเมื่อเดินทางถึง
-
แม้ TRV จะเป็นวีซ่าเข้าออกชั่วคราว แต่สามารถออกเป็นแบบ Single หรือ Multiple Entry ซึ่งช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเข้า–ออกแคนาดาได้ตามความจำเป็นในช่วงเวลาที่วีซ่ายังมีอายุ




